กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง) ต้นฉบับป้ายทะเบียนกันน้ำ ต้นฉบับทำเอง
* * *
*   
 
 
*
 
*
หน้าแรก || ช่วยเหลือ || ค้นหา || ปฏิทิน || เข้าสู่ระบบ || สมัครสมาชิก

นี่คือภาพที่ก่อนหน้ามีผู้เข้ามาทดลองออกแบบรถยนต์ด้วยตนเองอยู่ก่อนแล้ว
คลิ๊กที่นี่เพื่อทดลองออกแบบรถยนต์ตัวเอง
หรือคลิ๊กที่ภาพเพื่อดูว่าบุคคลเหล่านี้เค้า Upload รูปภาพมาเป็นอย่างไร


ทดลองออก
แบบรถยนต์
ด้วยตนเอง

 
 
 
 
 

ก็อย่างที่ทุก ๆ ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้ มีผู้ที่เข้ามาทำการรบกวนระบบอยู่เป็นประจำ
เพราะถึงแม้จะ Upload รูปภาพที่เป็นรถยนต์ แต่ก็ยังไม่เข้าใจในความตั่งใจในการให้บริการของเวปเรา
และอีกไม่นาน ทางเวปเราจะดำเนินการให้มีการเชื่อมต่อกับกับ facebook ในโอกาศต่อไป
* *
*

+ Jimmodify.com  » ความรู้ที่น่าสนใจ  » เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ (เกี่ยวกับรถยนต์) 
|- กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง) 

jimmodify.com ต้นฉบัยของป้ายทะเบียนกันน้ำ
สอบถามเรื่องป้ายทะเบียนกันน้ำเพิ่มเติมได้ที่ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิม
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*
* * *
* *
*


ผู้เขียน หัวข้อ: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)  (อ่าน 1293 ครั้ง)

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 381
  • Karma: +1/-0
  • ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่าน
    • ดูรายละเอียด
กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)
« เมื่อ: มิถุนายน 15, 2015, 03:39:21 PM »
ในกรณีที่รถยนต์ของเราวิ่งไปแล้วนั้น อาจจะเกิดปัญหาเรื่อง "คันแร่งค้าง"
คือเครื่องยนต์เร่งเอง ทั้งที่เราปล่อยคันเร่งไปแล้ว

มีวิธีแก้ไขครับ แล้วก็ง่ายมากเลยด้วย

1. ผลักไปเกียร์ว่าง
การผลักไปเกียร์ว่าง คือการตัดไม่ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังเกียร์ (ซึ่งเกียร์ก็คือสิ่งที่ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อรถของท่าน การผลักไปเกียร์ N (เกียร์ว่าง) นั้นหากท่าน
ลองทำเล่นๆกับรถของท่านดูจะพบว่ามันสามารถผลักไปตรงๆได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์ แล้วจะไม่เลยไปถึงเกียร์ R (ถอยหลัง) ด้วย
เมื่อคันเร่งยังค้างอยู่ แล้วตบไปเกียร์ว่าง รอบเครื่องยนต์จะพุ่งขึ้นสูง ไม่ต้องตกใจ เครื่องยนต์หัวฉีดสมัยใหม่ (ตั้งแต่ประมาณปี 1990 เป็นต้นมา) มีโปรแกรมที่คอยจำกัดการทำงานของรอบเครื่องอยู่แล้ว
หากอยู่ในเกียร์ว่างแล้วคันเร่งถูกกดไม่ว่าจะลึกแค่ไหน รอบจะตีไม่เกิน 5,000 (โดยส่วนใหญ่ รถรุ่นใหม่ จะมีไม่เกินนี้)
ส่วนถ้ารถท่านเป็นรถเกียร์กระปุก (เกียร์ธรรมดา) ก็แค่เหยียบคลัช แล้วเข้าเกียร์ว่างได้เลย


2. เบรกและพยายามเอารถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย
หลังจากเข้าเกียร์ N ตัดกำลังไม่ให้เครื่องส่งไปที่เกียร์แล้ว ทีนี้ก็เบรก แต่ในการเบรกนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยรอบตัวด้วย ไม่ใช่ว่าคันเร่งค้างปุ๊บ ตบเกียร์ N แล้วเบรกหัวทิ่มทันที อันนี้ก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน (เผลอ ๆ อาจจะโดนลูกปีนด้วยนะ 555+)
ในการเบรก ถ้าข้างหน้ามีรถติดอยู่เป็นแพ ไม่มีที่เบรก หรือสมมติว่าเป็นทางม้าลายที่เด็กนักเรียนกำลังข้ามกันเป็นสิบ อย่างนี้ค่อยเบรกสุดตัว
หากจำเป็นต้องเบรกรุนแรงมากๆ พยายามประคองรถให้ดี พวงมาลัยให้ใกล้เคียงตำแหน่งตรงที่สุด เพราะถ้าหากกระแทกเบรกแรงๆตอนรถกำลังเลี้ยวโค้ง ตัวรถอาจเสียการทรงตัว หมุนคว้างได้

แต่หากข้างหน้าไม่มีรถติด และมีเนื้อที่ปลอดภัยพอสำหรับการหยุดรถ ก็ให้เบรกชะลอลง มองหาขอบทางว่าตรงไหนพอจะจอดได้อย่างปลอดภัย ก็ให้ปล่อยรถไหล/สลับกับเบรก ให้รถไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดีจากนั้นค่อยดับเครื่อง แล้วจะสำรวจพรมผ้ายางขัดคันเร่ง สำรวจห้องเครื่อง, สายคันเร่ง, โทรเรียกช่าง เรียกรถยก โทรหาแฟนหรือกิ๊กเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจก็ว่าไป (แต่ตอนโทรหากิ๊ก ระวังแฟนรู้นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)

จำง่ายๆ แค่ 3 อย่าง
1. อย่าดับเครื่อง (อย่างเด็ดขาด)
2. เข้าเกียร์ N (เกียร์ว่าง) ถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดาก็เหยียบคลัตช์แล้วปลดมาเกียร์ว่าง
3. เบรกโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ใช่ว่า ต้องเบรกให้ตัวโก่ง (ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ ค่อยว่ากัน)


ถาม/ตอบเพิ่มเติม:
1. ทำไมถึงไม่ควรดับเครื่องเมื่อคันเร่งค้างทั้งๆที่เป็นการตัดกำลังเครื่องยนต์ที่ชัวร์มาก?
   – การดับเครื่องยนต์ไม่ได้ตัดแค่กำลังเครื่อง แต่ยังส่งผลให้ระบบผ่อนแรงพวงมาลัย และระบบผ่อนแรงเบรกหยุดการทำงานตามไปด้วย พวงมาลัยจะหนักขนาดไหน....?
ลองสตาร์ทรถ หมุนพวงมาลัยเล่น หมุนต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด ไปๆมาๆ จากนั้นดับเครื่อง เห็นมั้ยครับว่ามันหน่วงมือขนาดไหน ส่วนเบรกจะหนักขนาดไหน ก็ลองดูได้ครับ
หาที่โล่ง ไม่เอาซอยนะ ในซอยบางทีมีเด็กวิ่งตัดหน้า จะซวยฟรี หาที่โล่งๆ เร่งรถแล้วดับเครื่อง แล้วลองพยายามเบรกดูสิครับ หนักไหม

รถบางรุ่น ถ้าหมุนกุญแจกลับ พวงมาลัยจะล็อค หมุนไม่ได้ บางรุ่นต้องดึงกุญแจออกจึงจะล็อค ในนาทีวิกฤติ มีเวลามาลองมั้ย? รถบางคัน และหลายคันสมัยนี้ที่ใช้ปุ่มสตาร์ท
คุณกดปิด Off ตอนวิ่งอยู่ รถไม่ดับให้ก็มี บางรุ่นต้องกดค้าง 3 วินาทีถึงจะดับ ถึงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อจะคิดได้หรือไม่?

2. ถ้าเข้าเกียร์ N แล้วรอบดีดขึ้นสูง เครื่องจะไม่พังหรือ?
   – เครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ มีโปรแกรมสั่งจำกัดการทำงานรอบเครื่องไม่ให้เกินพิกัด ที่เครื่องจะทนไหวอยู่แล้ว อย่างมากเข็มวัดรอบก็ไปดิ้นๆอยู่แถวๆขีดแดง ดีดๆอยู่แค่
ไม่ถึงสิบยี่สิบวินาทีเครื่องไม่พังหรอกครับ

รถติดแก๊สบางคัน อาจจะมีผลบ้าง เพราะบางคันที่ผมเจอมา พอตัดไปใช้แก๊สแล้ว ไม่มีการตัดรอบเครื่องก็มี เคสนี้เครื่องก็อาจพัง แต่คุณเลือกได้ว่าอย่างให้เครื่องพัง
หรือร่างกายคุณกับชีวิตครอบครัวการงานที่เหลืออยู่พัง

3. คันเร่งค้างเกิดจากอะไรได้บ้าง?
   – ผ้ายาง พรม ไปขัดหรือขวางทางคันเร่ง นี่คือสาเหตุตัวแม่เลยครับ เพราะฉะนั้น การที่เราล้างรถแล้ว ดูดฝุ่นในห้องโดยสาร ก็จะช่วยให้ดีขึ้น "ระดับนึง" ไม่ใช่ดีตลอดเสมอไป
นอกจากนี้ในรถเก่าที่เป็นคันเร่งแบบสาย บางครั้งก็มีเรื่องสายคันเร่งฝืด ขยับตัวกลับได้ไม่ดีพอ อันนี้ก็เคยเจอเหมือนกันกับรถของคนรอบข้าง และไม่ใช่รถเก่าขนาดนั้น
เป็นรถปี 96-98 นี่เอง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบการทำงานของสายคันเร่งเสมอเหยียบ ปล่อย เหยียบ ปล่อย (ตอนดับเครื่องนะ) แล้ววานให้อีกคนช่วยดูการคืนตัว
ของสายคันเร่งจากหน้ากระโปรงรถว่ามีอาการติดขัดมั้ย
อย่ามองแค่ว่า เข้าศูนย์รถเป็นประจำแล้วช่างจะเช็คให้ เพราะบางครั้งช่างก็ไม่ได้เช็คให้คุณไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะศูนย์ที่คิวเยอะมากๆช่างต้องรีบทำ รีบปล่อยรถออก

4. แล้วบริษัทรถไม่ทำอะไรเพื่อป้องกันเหตุนี้เลยหรือ?
   – อันที่จริงบางเจ้าทำมานานแล้ว แต่ไม่ได้เอามาป่าวประกาศโฆษณากัน สำหรับรถใหม่ป้ายแดงบางรุ่นจะโปรแกรมกล่องควบคุมเอาไว้ว่า ถ้าหากคันเร่งกับเบรก
ถูกเหยียบพร้อมกัน (หรืออาจไม่ได้เหยียบคันเร่ง แต่ลิ้นคันเร่งค้างหรือขัดข้อง) เมื่อไหร่ รถจะสั่งให้ปิดลิ้นคันเร่งไฟฟ้าของเครื่องยนต์โดยที่ไม่ได้ดับเครื่อง
เรียกว่าระบบ Brake Override System ซึ่งพบใน Toyota รุ่นใหม่ๆ และ Subaru ส่วนยี่ห้ออื่นก็อาจจะมี เพราะรถยนต์สมัยใหม่นั้น เริ่มมีการพัฒนากันมามาก
การทำงานคือ หากคันเร่งยังทำงาน และมีการเหียบเบครพร้อมกัน ภายในเวลาราว 2 วินาที รถจะชะลอลงลิ้นคันเร่งถูกตัดการทำงาน แต่เครื่องจะยังติดอยู่ เบรกได้ปลอดภัย

Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 381
  • Karma: +1/-0
  • ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่าน
    • ดูรายละเอียด
Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2015, 03:40:16 PM »
พอดีว่า พึ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เลบรีบเอามาแบ่งปันให้ครับ

Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 188
  • Karma: +0/-0
  • เพศ: ชาย
  • Jim หนุ่มที่มุ่งแต่การทำงาน
    • ดูรายละเอียด
Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2015, 12:46:58 PM »
เทคนิคนี้น่าสนใจมาก แต่น่าเสียดายตรงทั่ "เราพึ่งเจอ"
สัญญาครับ หากทางเราได้พบเจอเทตนิคอะไรที่มีประโยชน์ จะนำมาแนะนำให้เพื่อน ๆ อีกครับ

Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 381
  • Karma: +1/-0
  • ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่าน
    • ดูรายละเอียด
Re: กรณีเครื่องยนเกิดปัญหา (คันเร่งค้าง)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2016, 06:39:54 PM »
เทคนิกนี้ เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นนะครับ

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.061 วินาที กับ 22 คำสั่ง

*
* * *
jimmodify.com ต้นฉบับแห่งป้ายทะเบียนกันน้ำ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิมไพ้ตลอด
*
*
jimmodify ต้นฉบับ ป้าย ทะเบียน กันน้ำ 100% เราคือต้นฉบับของป้ายทะเบียนก้นน้ำของจริง ไม่ใช่พวกมั่ว แล้วแอบอ้างแต่อย่างใด ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปีและผลงานที่มากกว่า 800,000 คันเป็นประกัน สนใจติดต่อ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิม