แสดงกระทู้ - admin ต้นฉบับป้ายทะเบียนกันน้ำ ต้นฉบับทำเอง
* * *
*   
 
 
*
 
*
หน้าแรก || ช่วยเหลือ || ค้นหา || ปฏิทิน || เข้าสู่ระบบ || สมัครสมาชิก

นี่คือภาพที่ก่อนหน้ามีผู้เข้ามาทดลองออกแบบรถยนต์ด้วยตนเองอยู่ก่อนแล้ว
คลิ๊กที่นี่เพื่อทดลองออกแบบรถยนต์ตัวเอง
หรือคลิ๊กที่ภาพเพื่อดูว่าบุคคลเหล่านี้เค้า Upload รูปภาพมาเป็นอย่างไร


ทดลองออก
แบบรถยนต์
ด้วยตนเอง

 
 
 
 
 

ก็อย่างที่ทุก ๆ ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้ มีผู้ที่เข้ามาทำการรบกวนระบบอยู่เป็นประจำ
เพราะถึงแม้จะ Upload รูปภาพที่เป็นรถยนต์ แต่ก็ยังไม่เข้าใจในความตั่งใจในการให้บริการของเวปเรา
และอีกไม่นาน ทางเวปเราจะดำเนินการให้มีการเชื่อมต่อกับกับ facebook ในโอกาศต่อไป
* *
*

+ Jimmodify.com  » Profile of admin  » แสดงกระทู้ 
|- Topics 

jimmodify.com ต้นฉบัยของป้ายทะเบียนกันน้ำ
สอบถามเรื่องป้ายทะเบียนกันน้ำเพิ่มเติมได้ที่ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิม
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*
* * *
* *
*


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 4
1

วันนี้เราจะพามาดูความหมายของเลขตัวเลขจากแผ่นทะเบียนรถยนต์ ก็สามารถใช้ความหมายของแต่ละตัวเลขได้เลย
หรือจะรวมค่ากันก่อน รวมไปเรือย ๆ จนกระทั่งเหลือเลขตัวเดียว หรือจะรวมเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วค่อยมาดูค่าของตัวเลขก็ได้
แต่จงอย่าลืมนะครับว่า ปัจจุบันนี้ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั้น จะมีตัวเลขก่อนตัวอักษร 2 ตัว นำอยู่ด้านหน้า สมควรที่จะนำมารวมด้วยนะครับ

เอาล่ะ เรามาดูค่าของตัวเลขแต่ละตัวกันก่อนนะครับ
เลข 1
เป็นตัวแทนของความคิด..คิดเยอะ..มักจาทำงานเกี่ยวกับความคิดใช้ แต่หัวสมอง..คิดมาก หลักทางการแพทย์บอกว่ามักจาปวดต้นคอหรือ
ท้ายทอย..มีแก๊สในกระเพาะเยอะเพราะคิดมากก็หลั่งแก๊สมากเป็นก รดไหลย้อน..มักนอนไม่หลับ หลับก้อเหมือนไม่ได้หลับ

 
เลข 2
มักเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ,ฟังอะไรมาก้อแล้วแต่ก็มักเก็บมาคิดต่อและจา คิดแต่เรื่องนั้นๆอยู่ตลอดเวลา เป็นคน sencitive ในเรื่องอารมณ์ง่าย
เก็บสีหน้าไม่เป็นปากบอกไม่โกรธแต่หน้าน่ะไปก่อนแร้ววว!!! พวก อารมณ์ศิลปิน ถ้าทำก้อทำเต็มที่..ถ้าไม่เอาไม่ทำก็ยากที่จาพูดได้
ประมาณว่า ไม่มีอารมณ์!! มักเป็นโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ประจำ เดือนมาไม่ปรกติ ไม่ปวดท้องหนักก็ปวดหลัง…เรียกว่าเครียดหลบใน
และที่สำคัญใครได้เป็นแฟนละก้อ..ประชดประชันเก่งเป็นที่ซู้ดด

 
เลข 3
เป็นคนที่ใส่ใจเรื่องครอบครัวและคนรักเป็นหลัก..ใส่ใจในเรื่องของ ความรักมาก ไม่ชอบความผิดหวังหรืออกหัก ไม่ว่ารักใครก็แล้วแต่จะ
เพื่อนหรือแฟน..มักจะทุ่มเทให้คนๆนั้นเต็มที่..มักจะแสดงความจริงใจ ให้คนๆนั้นได้รู้ได้เห็นไม่มีการปิดบังหมกเม็ดจึงมักจาเป็นโสดเพราะ
เลือกเยอะมากก..ประมาณว่ามีไม่ดีไม่มีดีกว่า แต่ถ้าได้แต่งงานมักจะ ชอบแอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของแฟน เช่นแอบดูเป๋าตังค์..มือถือเป็นต้น
แต่จาทำเป็นไม่รุไม่เห็นไม่อยากรุร้อก…แต่ในใจกุรุหมดแร้วเหอๆๆ อย่ามาสตอให้ยาก


เลข 4
บุคคลคนนี้อย่าไปยุ่งกับเค้ามาก..เพราะเป็นคนที่บทจะพอใจก้อพอใจ แต่ถ้าไม่ก็คือไม่ไม่มีตรงกลาง..พูดตรง..ถามว่าขี้เกรงใจคนมั้ยก้อมาก
อยู่..แต่อย่าให้เหลืออดประมาณว่ด่าหมด..อิอิ..ลักษณะเป็นคนหวาน อมขมกลืน..กดดัน ทำอารายก้อได้ใก้คนอื่นสบายใจยอมแบกทุกข์ไว้
คนเดียวแต่ถ้าสุดๆแร้วก้อไม่ทนเช่นกัน


เลข 5
เป็นเลขของอารมณ์ ขี้หงุดหงิดโมโหง่าย..ไฟในท้องเยอะถ้าเป็น ญ จามีลูกยาก ปจด.มาไม่ปกติมีอาการปวดหลังหนัก เนื่องจากเลข5เป็น
ตัวแทนของอารมณ์ส่วนใหญ่ ช ที่ขับรถทะเบียนมีเลขนี้มักขับรถแบบ หงุดหงิด โมโหด่าในรถโวยวาย ฉุนเฉียว ไม่พอใจคนอื่น


เลข 6
ใครที่มีแฟนเลขนี้เหมือนมีเพจเจอร์ติดตัว เพราะคนที่เกิดเลขนี้ มักขี้ บ่น ขี้ระแวง ไปไหนไกลห่างคนรักห่างบ้านไม่ได้จาเป็นห่วงเป็นใยไป
หมดทุกเรื่อง อันดับหนึ่งถ้าเป็น ญ มีลูกยาก 2 เป็นโรคกระเพาะ 3 ลำไส้ และประจำเดือนมาไม่ปกติ ใช้ความคิดเยอะ คิดลึก ฝังใจทุก
อย่างชีวิตจึงมักมีปัญหา


เลข 7
มีลางสังหรณ์มี sixsent อ่อนๆ เกิดมาขอยกตำแหน่ง แม่ชีกับพ่อพระ ให้เลย เพราะชีวิตมีแต่เสียสละ อะไรก็ได้ยอมหมด เสียสละให้ผู้อื่น
ได้เป็นตัวแทนของสิ่งที่มองไม่เห็น มักเก็บเงินไม่อยู่มีเท่าไรก็หมด จะได้ ความรักแต่ละทีต้องเอาเงินเข้าล่อหรือต้องทุ่มก่อนให้ก่อนจึงจะได้มา
บางทีก็โดนหลอกซะงั้น

 
เลข 8,0
8 infinity และ 0 emptinessการเงิน คนจีนถือเลขมงคล เช่น 898 (ฟาจิ้วฟา) หมายถึง รวยยิ่งรวย ส่วนใหญ่คิดมากเรื่องเงิน ในหัวมีเรื่อง
เงินๆๆ เก็บตังค์ไม่อยู่ ปัญหาเรื่องเงิน เป็นตัวเลขของการเงิน จะคิดมากเรื่องเงินในหัวมีแต่เงิน เก็บเงินไม่อยู่มีเท่าไรใช้หมด ปัญหา เยอะต้องหมุนเงิน

 
เลข 9
ตัวแทนของการทำคุณคน-ช่วยเหลือคนแต่มักทำบุญคนไม่ขึ้น ชอบช่วยคนแต่ก็มักจะโดนหักหลัง เป็นคนอารมณ์ 2 บุคลิก บทจะว่าง่ายก็ง่าย
แต่บทดื้อก็ไม่ฟังใครเลย เรียกว่าคุ้มดีคุ้มร้ายเพราะอิทพลของ เลขวันเกิดมีส่วนทำให้เป็นด้วย

[/b]

2
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=ywk82GoLSbw" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/watch?v=ywk82GoLSbw</a>

3
พักผ่อนหย่อนใจ / การ์ดอวยพรปีใหม่ (ปีวอก)
« เมื่อ: ธันวาคม 18, 2015, 03:29:40 PM »
หากต่องการดูภาพจริง สามารถเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่
http://www.jimmodify.com/image/HappyNewYear.gif


4
ในกรณีที่รถยนต์ของเราวิ่งไปแล้วนั้น อาจจะเกิดปัญหาเรื่อง "คันแร่งค้าง"
คือเครื่องยนต์เร่งเอง ทั้งที่เราปล่อยคันเร่งไปแล้ว

มีวิธีแก้ไขครับ แล้วก็ง่ายมากเลยด้วย

1. ผลักไปเกียร์ว่าง
การผลักไปเกียร์ว่าง คือการตัดไม่ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังเกียร์ (ซึ่งเกียร์ก็คือสิ่งที่ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อรถของท่าน การผลักไปเกียร์ N (เกียร์ว่าง) นั้นหากท่าน
ลองทำเล่นๆกับรถของท่านดูจะพบว่ามันสามารถผลักไปตรงๆได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์ แล้วจะไม่เลยไปถึงเกียร์ R (ถอยหลัง) ด้วย
เมื่อคันเร่งยังค้างอยู่ แล้วตบไปเกียร์ว่าง รอบเครื่องยนต์จะพุ่งขึ้นสูง ไม่ต้องตกใจ เครื่องยนต์หัวฉีดสมัยใหม่ (ตั้งแต่ประมาณปี 1990 เป็นต้นมา) มีโปรแกรมที่คอยจำกัดการทำงานของรอบเครื่องอยู่แล้ว
หากอยู่ในเกียร์ว่างแล้วคันเร่งถูกกดไม่ว่าจะลึกแค่ไหน รอบจะตีไม่เกิน 5,000 (โดยส่วนใหญ่ รถรุ่นใหม่ จะมีไม่เกินนี้)
ส่วนถ้ารถท่านเป็นรถเกียร์กระปุก (เกียร์ธรรมดา) ก็แค่เหยียบคลัช แล้วเข้าเกียร์ว่างได้เลย


2. เบรกและพยายามเอารถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย
หลังจากเข้าเกียร์ N ตัดกำลังไม่ให้เครื่องส่งไปที่เกียร์แล้ว ทีนี้ก็เบรก แต่ในการเบรกนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยรอบตัวด้วย ไม่ใช่ว่าคันเร่งค้างปุ๊บ ตบเกียร์ N แล้วเบรกหัวทิ่มทันที อันนี้ก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน (เผลอ ๆ อาจจะโดนลูกปีนด้วยนะ 555+)
ในการเบรก ถ้าข้างหน้ามีรถติดอยู่เป็นแพ ไม่มีที่เบรก หรือสมมติว่าเป็นทางม้าลายที่เด็กนักเรียนกำลังข้ามกันเป็นสิบ อย่างนี้ค่อยเบรกสุดตัว
หากจำเป็นต้องเบรกรุนแรงมากๆ พยายามประคองรถให้ดี พวงมาลัยให้ใกล้เคียงตำแหน่งตรงที่สุด เพราะถ้าหากกระแทกเบรกแรงๆตอนรถกำลังเลี้ยวโค้ง ตัวรถอาจเสียการทรงตัว หมุนคว้างได้

แต่หากข้างหน้าไม่มีรถติด และมีเนื้อที่ปลอดภัยพอสำหรับการหยุดรถ ก็ให้เบรกชะลอลง มองหาขอบทางว่าตรงไหนพอจะจอดได้อย่างปลอดภัย ก็ให้ปล่อยรถไหล/สลับกับเบรก ให้รถไปหยุดอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดีจากนั้นค่อยดับเครื่อง แล้วจะสำรวจพรมผ้ายางขัดคันเร่ง สำรวจห้องเครื่อง, สายคันเร่ง, โทรเรียกช่าง เรียกรถยก โทรหาแฟนหรือกิ๊กเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจก็ว่าไป (แต่ตอนโทรหากิ๊ก ระวังแฟนรู้นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)

จำง่ายๆ แค่ 3 อย่าง
1. อย่าดับเครื่อง (อย่างเด็ดขาด)
2. เข้าเกียร์ N (เกียร์ว่าง) ถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดาก็เหยียบคลัตช์แล้วปลดมาเกียร์ว่าง
3. เบรกโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ใช่ว่า ต้องเบรกให้ตัวโก่ง (ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ ค่อยว่ากัน)


ถาม/ตอบเพิ่มเติม:
1. ทำไมถึงไม่ควรดับเครื่องเมื่อคันเร่งค้างทั้งๆที่เป็นการตัดกำลังเครื่องยนต์ที่ชัวร์มาก?
   – การดับเครื่องยนต์ไม่ได้ตัดแค่กำลังเครื่อง แต่ยังส่งผลให้ระบบผ่อนแรงพวงมาลัย และระบบผ่อนแรงเบรกหยุดการทำงานตามไปด้วย พวงมาลัยจะหนักขนาดไหน....?
ลองสตาร์ทรถ หมุนพวงมาลัยเล่น หมุนต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด ไปๆมาๆ จากนั้นดับเครื่อง เห็นมั้ยครับว่ามันหน่วงมือขนาดไหน ส่วนเบรกจะหนักขนาดไหน ก็ลองดูได้ครับ
หาที่โล่ง ไม่เอาซอยนะ ในซอยบางทีมีเด็กวิ่งตัดหน้า จะซวยฟรี หาที่โล่งๆ เร่งรถแล้วดับเครื่อง แล้วลองพยายามเบรกดูสิครับ หนักไหม

รถบางรุ่น ถ้าหมุนกุญแจกลับ พวงมาลัยจะล็อค หมุนไม่ได้ บางรุ่นต้องดึงกุญแจออกจึงจะล็อค ในนาทีวิกฤติ มีเวลามาลองมั้ย? รถบางคัน และหลายคันสมัยนี้ที่ใช้ปุ่มสตาร์ท
คุณกดปิด Off ตอนวิ่งอยู่ รถไม่ดับให้ก็มี บางรุ่นต้องกดค้าง 3 วินาทีถึงจะดับ ถึงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อจะคิดได้หรือไม่?

2. ถ้าเข้าเกียร์ N แล้วรอบดีดขึ้นสูง เครื่องจะไม่พังหรือ?
   – เครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ มีโปรแกรมสั่งจำกัดการทำงานรอบเครื่องไม่ให้เกินพิกัด ที่เครื่องจะทนไหวอยู่แล้ว อย่างมากเข็มวัดรอบก็ไปดิ้นๆอยู่แถวๆขีดแดง ดีดๆอยู่แค่
ไม่ถึงสิบยี่สิบวินาทีเครื่องไม่พังหรอกครับ

รถติดแก๊สบางคัน อาจจะมีผลบ้าง เพราะบางคันที่ผมเจอมา พอตัดไปใช้แก๊สแล้ว ไม่มีการตัดรอบเครื่องก็มี เคสนี้เครื่องก็อาจพัง แต่คุณเลือกได้ว่าอย่างให้เครื่องพัง
หรือร่างกายคุณกับชีวิตครอบครัวการงานที่เหลืออยู่พัง

3. คันเร่งค้างเกิดจากอะไรได้บ้าง?
   – ผ้ายาง พรม ไปขัดหรือขวางทางคันเร่ง นี่คือสาเหตุตัวแม่เลยครับ เพราะฉะนั้น การที่เราล้างรถแล้ว ดูดฝุ่นในห้องโดยสาร ก็จะช่วยให้ดีขึ้น "ระดับนึง" ไม่ใช่ดีตลอดเสมอไป
นอกจากนี้ในรถเก่าที่เป็นคันเร่งแบบสาย บางครั้งก็มีเรื่องสายคันเร่งฝืด ขยับตัวกลับได้ไม่ดีพอ อันนี้ก็เคยเจอเหมือนกันกับรถของคนรอบข้าง และไม่ใช่รถเก่าขนาดนั้น
เป็นรถปี 96-98 นี่เอง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบการทำงานของสายคันเร่งเสมอเหยียบ ปล่อย เหยียบ ปล่อย (ตอนดับเครื่องนะ) แล้ววานให้อีกคนช่วยดูการคืนตัว
ของสายคันเร่งจากหน้ากระโปรงรถว่ามีอาการติดขัดมั้ย
อย่ามองแค่ว่า เข้าศูนย์รถเป็นประจำแล้วช่างจะเช็คให้ เพราะบางครั้งช่างก็ไม่ได้เช็คให้คุณไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะศูนย์ที่คิวเยอะมากๆช่างต้องรีบทำ รีบปล่อยรถออก

4. แล้วบริษัทรถไม่ทำอะไรเพื่อป้องกันเหตุนี้เลยหรือ?
   – อันที่จริงบางเจ้าทำมานานแล้ว แต่ไม่ได้เอามาป่าวประกาศโฆษณากัน สำหรับรถใหม่ป้ายแดงบางรุ่นจะโปรแกรมกล่องควบคุมเอาไว้ว่า ถ้าหากคันเร่งกับเบรก
ถูกเหยียบพร้อมกัน (หรืออาจไม่ได้เหยียบคันเร่ง แต่ลิ้นคันเร่งค้างหรือขัดข้อง) เมื่อไหร่ รถจะสั่งให้ปิดลิ้นคันเร่งไฟฟ้าของเครื่องยนต์โดยที่ไม่ได้ดับเครื่อง
เรียกว่าระบบ Brake Override System ซึ่งพบใน Toyota รุ่นใหม่ๆ และ Subaru ส่วนยี่ห้ออื่นก็อาจจะมี เพราะรถยนต์สมัยใหม่นั้น เริ่มมีการพัฒนากันมามาก
การทำงานคือ หากคันเร่งยังทำงาน และมีการเหียบเบครพร้อมกัน ภายในเวลาราว 2 วินาที รถจะชะลอลงลิ้นคันเร่งถูกตัดการทำงาน แต่เครื่องจะยังติดอยู่ เบรกได้ปลอดภัย

5
เนื่องจากวันที่ 10-15 เมษายน ของทุกปี เป็นวันหยุดประจำปี
ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงขอหยุดให้บริการทำป้ายทะเบียนกันน้ำ
จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป
แต่ยังสามารถโทรสอบถามได้ตามปรกติ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 089-740-4487, 081-903-1976 คุณจิม

6
จะไปอยู่หน้าร้านตั่งแต่เวลา 9.30 เป็นต้นไป
ทุกวันพฤหัสฯ
จุดสังเกต์ที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือ หลังอาคาร 3 หน้าธนาคารธนชาติ ข้างโรงอาหาร
แผนที่จาก Google Earth

คลิ๊กเพื่อดูเส้นทาง
หากต่องการใช้บริการแผนที่ Google Earth หรือโปรแกรมแผนที่ใดก็ตาม
เพื่อขอเส้นทาง ให้พิมพ์คำว่า "ร้าน Jimmodify"
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิม ได้ตลอด

ปล. การติดต่อบางครั้งอาจจะไม่ได้รับสายโดยทันที อาจจะเกิดจากสาเหตุดังนี้
1. ติดสายอื่นอยู่ เพราะว่าสามารถติดต่อได้ถึง 2 หมายเลข
2. ขับรถอยู่ เนื่องจากกำลังขับรถอยู่ หากรับสาย เมื่อตำรวจจราจรเจอ อาจจะเกิดปัญหาได้จึงไม่รับสาย
3. แบ็ตมือถือหมด อันนี้สุดวิสัยจริง ๆ แต่ก็จะพยายามหาทางแก้ไขให้โดยเร็วที่สุด

7
พักผ่อนหย่อนใจ / ปฏิทินปี 2557 โหลดฟรี
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 12:46:44 AM »
ทุกท่านสามารถโหลดได้ฟรีเลยนะครับ
ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดครับ

แต่ครั้งนี้เป็นแบบ ปฏิทินตั่งโต๊ะนะครับ
ต่างจากปีที่ผ่าน ๆ มา

คลิ๊กโหลดได้จากที่นี่เลย

8
มีใครเคยคิดบ่างมั้ยว่า ตอนนี้เรารำบากกันแค่ไหน...?
เรื่อง รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายของเรา

เอาล่ะงั้นเรามาดูกันว่า รายละเอียดมันเป็นยังไงกันบ่าง
รายละเอียด
ครั้งละ
ยอดรวมรายจ่าย
ค่าเดินทางไปทำงาน สมมุติว่า นั่งรถประจำทาง     
7 บาท
14 บาท
ค่าอาหารประจำวัน
50 บาท
150 บาท
ยอดรวมรายจำที่จำเป็น
164 บาท
ค่าแรงรายวันในขณะนี้
300 บาท
รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายประจำวันเหลือเพียงแค่   300-164   146 บาท

อย่าลืมคิดนะครับว่า ยังมีค่าใช้จ่ายสังคมอีกเป็นจำนวนมาก
ยกตัวอย่างเช่น ค่าโทรศัพท์, น้ำ, ไฟ, เพื่อนฝูง, เทศการ
แล้วถ้าหากมีลูกล่ะมีอะไรเพิ่มบ่าง


กรณีเด็กอ่อน
1. ค่านม
3. รักษาพยาบาลเมื่อลูกป่วย   
2. ผ้าอ้อม
4. ฉีดฉีดวัคซีนต่าง ๆ

กรณีเด็กโตแล้ว มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มบ่าง เรามาดูกัน
1. เทอม
3. กิจกรรมโรงเรียน
5. เดินทางไปโรงเรียน   
7. ค่าขนมประจำวัน
2. ชุดนักเรียน
4. หนังสือเรียน
6. อาหารมื้อกลางวัน
8. ของเล่นที่เด็กอยากได้

เฉพาะข้อ 5-6 เนี่ยหนักที่สุด
ข้อ 5. เพราะถ้าน้อยกว่าเพื่อน ก็น้อยหน้า
ข้อ 6. เพื่อนลูกมี แต่ลูกไม่มี ลูกน้อยหน้า


สิ่งที่เรานำเสนอมานี้ เป็นเพียงข้อมูลแบบคล่าว ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลที่แท้จริง
อย่าให้ละเอียดมากกว่านี้เลย เพราะจะเห็นได้ชัดว่า คนไทยจนขนาดไหน...?

ตอนนี้ พวกเราคือคนจนมากที่สุดในโลกแล้ว ของเดิมนั้น พวกเราชอบไปว่า "ชาวอินเดีย" ว่า "เค้าจนที่สุดในโลก"
ตอนนี้ชาวไทย กำลังจะนำหน้าแล้ว เพราะเราตอนนี้ เป็นประเทศที่กำลังจะเข้าสู่ชัยชนะเรื่อง "ประเทศที่จนที่สุดในโลก"

หนทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
     ให้ทางรัฐบาลช่วยหาหนทางแก้ไขปัญหานี้ให้โดยด่วน เรื่องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ยังไม่ต่องไปสนใจ ยกตัวยอ่างเช่นเรื่อง รัฐธรรมนูญ
เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้องของพวกเรา แต่เป็นปัญหาเรื่องผลงานในสมัยนั้น ๆ
     พวกเรามาช่วยกันหาทางแก้ไขกันเองพอไหว (แต่เป็นบางครอบครัวเท่านั้น)

เมื่อไหร่ พวกมึงจะเลิกกัดกันซะทีวะ
พวกกูเดือดร้อนแล้วนะโว้ย


9
ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจาก สารวัตรจราจร สน.สุวินทวงค์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า

ตามมาตรา 67
ว่าเรื่องป้ายทะเบียน ที่ได้มาจากกรมการขนส่งฯ ต่องคิดที่ด้านหน้าและด้านหลังของรถยนต์ ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้โดยง่าย และห้ามมีอะไรบดบัง

ตามมาตรา 66
ว่าเรื่องป้ายทะเบียน ห้ามทำการปลอมแปลงแต่อย่างใด
ดังนั้น หากทำการป้ำแผ่นทะเบียน จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย


ยิ่งถ้าหากป้ำให้ป้ายทะเบียนนั้น มีลักษณะเหมือนในรูป ผิดกฎหมายข้อนี้อย่างชัดเจนเพราะป้ำให้มีลักษณะยาว
แต่ถ้าป้ำให้มีลักษณะเดียวกันกับทางกรมขนส่งฯ ไม่ผิดศาลฎีกา และกฎจราจร แต่จะผิดกรณีขึ้นศาลแพ่ง เนื่องจากใช้เอกสารที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานราชการ

ตามมาตรา 65
ว่าในเรื่องของการตัดแผ่นป้ายทะเบียน ถือว่าเป็นการทำรายเอกสารราชการ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำ-ปรับ
ส่วนกฎหมายข้อนี้ ผู้ที่จะโดนลงโทษก่อนนั่นก็คือ ผู้ขับขี่รถคันนั้น ไม่ใช่ผู้ดำเนินการกระทำให้เป็นอย่างนั้น

เพียงเท่านี้ ก็ชัดเจนมากแล้วล่ะครับ สำหรับผู้ที่รู้มาว่าทำป้ายทะเบียนกันน้ำผิดกฎหมาย ผิดยังไง...?(ใครรู้ช่วยตอบด้วย)
เพราะถ้าเราไม่ทำให้มีลักษณะยาว เหมือนในรูปด้านบนนี้ จะโดนได้ยังไง...?
เพราะถ้าเราไม่ตัดป้ายล่ะ...? แต่ก็โดนตำรวจเรียกเพราะ "ยาว" อยู่ดีนั่นแหละ เพราะถ้าทำให้มีลักษณะยาว

บอกได้เลยครับว่า
ที่ตำรวจเรียกนั้นไม่ใช่เพราะตัด แต่เรียกเพราะยาว
สาเหตุก็เพราะมันทำให้ดูเหมือน เป็นป้ายฯ ที่ผิดกฎหมายที่แจ้งมาขึ้นต้น

เรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ
- ทำป้ายทะเบียนกันน้ำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่?   - เมื่อหุ้มป้ายทะเบียนกันน้ำแล้ว ทำไมถึงโดนตำรวจเรียกบ่อย?   - แล้วถ้าเราจะไม่เอากรอบมาใส่ แต่จะเอาน๊อตมาเจาะยึดแทนล่ะ?
- ป้ายทะเบียนกันน้ำ หากยึดด้วยกาวจะไม่ทำให้หลุดเหรอ?   - การยึดป้ายทะเบียนกับตัวรถ มีอยู่หลายวิธีอะไรบ้าง?   - ในกรณีที่ทำไปแล้ว ต้องการทำสีใหม่ล่ะ?
- เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สามารถเครมประกันได้จริงเหรอ?   - ทำแล้วร้านค้าที่ให้บริการจะรับผิดชอบเหรอ?   - เทคนิคการทำให้ป้ายทะเยียนที่หุ้มฯ เสร็จแล้วนั้นสวยได้นานยิ่งขึ้น
- กฎหมายที่ว่าด้วย เรื่องของป้ายทะเบียน

10
ประวัติวันเข้าพรรษา

          "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เรียกว่า "ปุริมพรรษา"

          ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เรียกว่า "ปัจฉิมพรรษา" เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า "สัตตาหะ" หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด

          สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่

          1.การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
          2.การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้
          3.การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด
          4.หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้


          นอกจากนี้หากระหว่างเดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้ง ถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้

          ทั้งนี้ โดยปกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขาร อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษา นับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา...

          อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่น ๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องสักการะบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลานของตน โดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับอานิสงส์อย่างสูง

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ kapook.com
เราเองก็เคยได้ยินสิ่งเหล่านี้มาเนิ่นนานแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจในความหมายที่ถูกต่อง
แต่สิ่งที่เรานั้นสมควรทำก็มีอยู่มากมาย นั่นก็คือการ "การถือศีล 5 อย่างเคล่งคลัด"

ด้วยความหวังดีจาก
http://www.jimmodify.com

11


ประสูติ

ตรัสรู้

ปรินิพพาน

ความหมายของ วันวิสาขบูชา

          คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" ดังนั้น วิสาขบูชา จึงหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 การกำหนด วันวิสาขบูชา วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน แต่ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ในบางปีของบางประเทศอาจกำหนด วันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทย เนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศไทย ทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆ

ประวัติวันวิสาขบูชา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา

          วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่...

1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
          เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" แปลว่า "สมปรารถนา"
          เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า "พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย" แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ
          หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ
           ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ " คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้
           ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย
           ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)
          เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพาน เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้นเอง

หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติ
1. ความกตัญญู
          คือ การรู้คุณคน เป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวที ซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ เป็นเครื่องหมายของคนดี ทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุข ซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้ง บิดามารดาและลูก ครูอาจารย์กับศิษย์ นายจ้างกับลูกจ้าง ฯลฯ
          ในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2. อริยสัจ 4
          คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
           ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิต สภาวะที่ทนได้ยาก ซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ ส่วนทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การพลัดพลาดจากสิ่งที่เป็นที่รัก หรือ ความยากจน เป็นต้น
           สมุทัย คือ ต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก "ตัณหา" อันได้แก่ ความอยากได้ต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
           นิโรธ คือ ความดับทุกข์ เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะสามารถดับกิเลส ตัณหา อุปาทานออกไปได้
           มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ  ดำริชอบ  วาจาชอบ กระทำชอบ  เลี้ยงชีพชอบ  พยายามชอบ  ระลึกชอบ  ตั้งจิตมั่นชอบ

3. ความไม่ประมาท
          คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ล้วนต้องใช้สติ เพราะสติคือการระลึกได้ การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา ดังนั้นในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยความมีสติ

วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์  อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการดำรงชีวิต

ขอบคุณ kapook.com ที่ให้ข้อมูล

12
เอาไว้เตือนสตินะครับ
คลิ๊กเพื่อดูขนาดจริง


13
ข้อห้ามสงกรานต์ 2556 นั้น มีรายละเอียด ดังนี้
1. ห้ามซื้อ และขายสินค้าบนไหล่ทาง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

2. ห้ามเปิดเครื่องเสียง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

3. ห้ามให้รถกระบะบรรทุกถังน้ำสาดตามท้องถนน หากฝ่าฝืน มีความผิดฐานสร้างความเดือดร้อน แต่หากมีการฝ่าฝืนข้อห้าม และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้ฝ่าฝืน มีความผิดดังต่อไปนี้
     - ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ : ผู้ัฝ่าฝืนมีความผิดฐานประมาทจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ
     - ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ จนมีผู้เสียชีวิต : ผู้ัฝ่าฝืนมีความผิดฐานประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
     - ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิตด้วย : ผู้ฝ่าฝืน มีความผิดฐานประมาทจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตาย

4. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถ โดยในกรณีนี้ ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5. ห้ามเล่นปืนฉีดน้ำแรงดันสูง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. ห้ามนำน้ำแข็งปาใส่กัน หากผู้ใดฝ่าฝืน ถูกจับทันที
ต่องการถามหน่อยว่า "มันจะได้ผลจริงมั้ย...?
เพราะพวกมึงก็กินในขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่เหมือนกัน....."


...หรือไม่จริง?...

14
เนื่องจากหลาย ๆ คนสงสัยกันมานาน เรื่อง "สงกรานต์" เรื่องป้ายทะเบียนกันน้ำฯ ที่เราพึ่งจะทำมา จะมีปัญหาหรือไม่...?

คำตอบ ไม่มีปัญหาแม้แต่อย่างใด
หากผู้ที่ให้บริการหุ้มป้ายฯ ให้ท่านนั้นมีฝีมือจริง
และยังมีข้อมูลที่ถูกต่อง ไม่ได้ทำแบบมั่ว ๆ


ส่วนวิธีการติดป้ายที่ถูกต่องนั้น สามารถเข้ามาดูเพิ่มเติมได้ที่
   คลิ๊กเพื่อดูข้อมูล- ป้ายทะเบียนกันน้ำ หากยึดด้วยกาวจะไม่ทำให้หลุดเหรอ?

15
เออจริง....ของมึง

หน้า: [1] 2 3 4

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 18 คำสั่ง

*
* * *
jimmodify.com ต้นฉบับแห่งป้ายทะเบียนกันน้ำ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิมไพ้ตลอด
*
*
jimmodify ต้นฉบับ ป้าย ทะเบียน กันน้ำ 100% เราคือต้นฉบับของป้ายทะเบียนก้นน้ำของจริง ไม่ใช่พวกมั่ว แล้วแอบอ้างแต่อย่างใด ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปีและผลงานที่มากกว่า 800,000 คันเป็นประกัน สนใจติดต่อ 061-397-4755, 089-740-4487 คุณจิม